หลากแรงบันดาลใจกับสกาล ศรีสุวรรณ
posted on 21 Aug 2009 16:18 by syetoru in Diaryอย่างแรกเลย...ที่เขียนเอนทรี่นี่เพราะอยากให้นักCGคนอื่นๆ
ได้แรงบันดาลใจดีๆแบบที่เราได้
น่าเสียดายที่ใครหลายๆคนไม่ได้ไปฟังบรรยายนี้
เอ็นทรี่นี้อาจจะยาว
ตรงคำพูดสำคัญๆที่เป็นแรงบันดาลใจดีๆ เน้นสีเอาไว้
อ่านเฉพาะตรงนั้นก็ได้
(อยากให้ทุกคนได้อ่านจริงๆ)
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
เมื่อต้นเดือนได้ไปงานBangkok Computer Graphic Plus 2009 ที่หอศิลป์กทม.
(เนื่องจากยุ่งมาก เลยไม่ได้อับบล็อกซะที)
ถึงแม้ตอนนั้นจะมีการบ้าน งานไม่เสร็จ แต่ได้ไปงานนี้นี่คุ้มจริงๆ(และก็กลับมานั่งหัวหมุนอยู่หอ)
เริ่มจากตอนแรกที่เข้าไปก็มีของขาย(แค่นั้นล่ะ....กรี๊ดดดดดดดด)
แล้วก็มีงานกราฟฟิคจากมืออาชีพ เทพๆทั้งนั้น
เสียดายไม่ได้เอากล้องไป เลยไม่ได้ถ่าย
มีงานพี่สินาดด้วย.....คือแบบ....ยืนตัวสั่น ไม่สามารถที่จะกรี๊ดตรงนั้นได้
เนื่องจากคนเยอะมาก งานพี่เขาสวยจริงๆ ยืนดูแล้วยิ่งกว่าขนลุกอ่ะ....โอ้ยยยย พระเจ้า
แต่ไฮไลท์ของงานนนี้สำหรับเราเลยก็ตอนที่ไปรับรายการบรรยาย
ว่าจะมีใครมาบรรยายบ้าง
"Skan Srisuwan"
หะ!!!!!! พี่สกาลลลลลลลลลล!!!!!
ไม่ได้ๆ ยังไงก็ต้องไปดู ไปเจอตัวจริงให้ได้
เราปลื้มงานพี่เขามาก ประทับใจสุด
มีตัวละครผู้ชายตัวหนึ่งที่พี่สกาลออกแบบ
ดูๆไปแล้วเหมือนคนจริงๆเลย....แบบว่า หล่อมากมาย
เลยพลาดงานนี้ไม่ได้
พอดีวิ่งกลับหอไปเอารูปมาปริ๊น(ในงานมีให้ปรี๊นฟรี) เลยเข้าไปฟังสาย
แต่พอเดินเข้าไป.... มันคนละบรรยากาศกะคนที่บรรยายก่อนหน้านี้เลยนี่นา
(ก่อนหน้านี้ไปฟังวิทยากรอีกคนหนึ่ง)
ตอนเข้าไป พี่สกาลกำลังเพ้นรูปโชว์สดๆอยู่
ทั้งห้องเงียบกริบ.......
คนบรรยาย(สกาล)ก็เงียบ.........
แล้วก็นั่งเพนท์งานโชว์ไปเรื่อยๆ
เลยดูเป็นการบรรยายที่ขลังจนน่าตกใจ
เราก็ย่องเข้าไปนั่งริมๆขวาด้านหน้า(ที่เต็มเกือบหมด คนฟังเยอะจริงๆ)

ห้องบรรยายตอนนั้นค่ะ นั่งเพนท์คร่าว เอาให้นึกบรรยากาศออก
แล้วตอนนั้นพี่สกาลก็เริ่มพูดขึ้นมาบ้างระหว่างนั่งเพนท์
"เน้นตรงนี้หน่อย ผมจะขาย
เพิ่มตรงนี้อีก ผมจะขาย"
เหมือนว่าพี่สกาลมีความรู้สึกจะ"ขาย"งานอยู่ตลอดเวลา
เป็นครั้งแรกที่เราได้เจอตัวจริง ตอนแรกกะว่าเสร็จงานจะต้องไปขอลายเซ็นแน่ๆ
แต่....
ทำไมเสียงโหดจัง
ทำไมพูดน้อยอย่างนี้ล่ะ ถ้าเข้าไปขอลายเซ็นจะถูกเหวี้ยงกลับมารึเปล่า?
(ตอนหลังเพิ่งรู้สึกได้ว่า....พี่เขากำลังมีสมาธิกับการเพ้นงานขั้นรุนแรง......
ถึงได้พูดน้อยแบบนั้น)
หลังจากที่เพ้นไปเรื่อยด้วยความเงียบ พี่สกาลก็พูดว่า
"ไม่มีอะไรจะพูด เพ้นให้ดู นั่งดูไปก็แล้วกัน"
ประหนึ่งว่าจะตอบคำถามของความเงียบในห้อง....
ทุกคนจึงต้องนั่งดูไปอย่างเงียบๆ และเงียบต่อไป
ภาพที่พี่สกาลเพ้น ก็ค่อยเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเรื่อยๆ
และ...พี่เขาก็เริ่มพูดแล้วหลังจากโครงร่างคร่าวๆเสร็จ
เราก็จำไม่ได้หมด พี่เขาพูดประมาณว่า
"คุณต้องทำงานเร็ว เวลาในการทำงานน้อย แต่ถ้าลูกค้าจะเอา
คุณก็ต้องทำงานส่งลูกค้าให้ทัน บางรายจ้างกันเป็นชั่งโมง
จะเอาเงินลูกค้ามาเผ่าเป็นกงเต็กก็ยังไงอยู่
ต้องทำงานให้เร็วขึ้น ไม่งั้นคุณจะเฟล"
พอพูดไปเรื่อยๆ พี่สกาลก็จะไปเรื่องอื่นต่อ
"ถ้าภาพมันเบี้ยว...มันเป็นคอมมอนเซนต์ของคนเราอยู่แล้ว
เอาไปให้ใครดู ใครก็บอกได้ว่าภาพมันเบี้ยว
เอาไปให้อาม่า หมา หมู แมว ก็บอกได้หมดว่ารูปมันเบี้ยว
แต่บอกไม่ได้หรอกว่าเบี้ยวยังไง"
แล้วพี่สกาลก็ทำเสียงอาม่าฮาๆ
แล้วคนฟังก็หัวเราะกันใหญ่
เราเองก็ยังไม่กล้าหัวเราะแรงๆ
เพราะยังงงๆกับบรรยากาศสุดเงียบของห้องบรรยายอยู่
และพองานคร่าวๆเสร็จ(ออกโทนขาวดำ)
พี่เขาบอกว่าจะลงสี แต่คงไม่ทัน
พี่เขาเลยพูดขึ้นมาว่า
"สีเป็นแค่องค์ประกอบหลอก ถ้าStructureดี อะไรๆก็ง่าย"
พี่เขาเลยเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของรูป
ระหว่างนั้น เครื่องก็ค้างๆด้วย
"เครื่องผมไม่ค่อยดี ผมไม่ได้ใช้สเป็คสูง"
เราก็เลยเข้าใจเลยทันที
อย่างที่เขาว่ากันมา
พี่สกาลนี่ล่ะ ที่ไปถึงระดับโลกด้วยเมาส์หนูธรรมดา
อืม ใช่จริงๆ เราสังเกตว่าเครื่องที่ใช้ก็ASUS(แต่ASUSมันก็แพงอยู่ไม่ใช่เรอะ)
ไม่เห็นต้องใช้MAC แบบคนอื่นเลย
หลังจากเพนท์ไปเรื่อยๆ
"ดูให้ดีนะ จุดนี้สำคัญที่สุด ตั้งใจดูกันดีๆ"
แล้วพี่สกาลก็เลื่อนรูปไปที่มุมขวาล่าง
เราก็ลุ้นๆว่าพี่เขาจะทำเทคนิคอลังการอะไรให้ดู...............
........................
พี่สกาล.........เซ็นชื่อตัวเองลงไป!!!!!!!!!
"Finishedครับ"
แล้วทุกคนในห้องก็ปรบมือให้
โธ่~ ลุ้นแทบตายว่าจะทำอะไร.......พูดซะเวอร์เชียว
"มีใครไม่มีคำถามบ้างครับ"
พี่สกาลแซวหลังจากที่เพนท์เสร็จ
...และก็ไม่มีใครยกมือ
และพอพี่สกาลลุกออกมาจากโต๊ะมายืนกลางเวที
พูดอะไรอีกสองสามประโยค
ก็มีผู้ชายคนหนึ่งยกมือถามขึ้นมา
"เราจะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่เราควรจะหยุด?"
พี่สกาลนิ่งไปหน่อยหนึ่ง ก่อนตอบคำถามนั้น
"เป็นคำถามที่สนุกนะ......อืม...
เราต้องรู้ก่อนว่าเราจะบอกอะไร
คุณต้องมีอะไรจะบอก...นั่นคืองานหยุด..."
แล้วพี่สกาลก็หยิบขวดน้ำคริสตัลที่วางบนโต๊ะมาเป็นตัวอย่าง
ว่าสิ่งที่คนจะบอก แต่ละคนตั้งใจจะบอกไม่เหมือนกันในงานแต่ละชิ้น
(ขอไม่เล่ารายละเอียด......มันยาว)
"คุณต้องรู้ก่อนเริ่มทำงานแล้วด้วยซ้ำ
ว่าคุณต้องการจะบอกอะไร
และเมื่อสิ่งที่คุณต้องการบอก มันครบแล้ว
นั่นล่ะ....คุณจึงหยุด"
หลังจากนั้นพี่สกาลก็เปิดอะไรบ้างอย่างให้ดู
"ผมมีอะไรให้สนุกๆให้ดู"
มันคือ......!!!!!
งานตั้งแต่แรกเริ่มของพี่สกาลนั่นเอง
เป็นงานตั้งแต่แรก ก่อนที่จะจับคอมซะอีก
"งานนี้เป็นงานชิ้นแรกของผมที่ทำให้ซัมมอนเนอร์
ตอนนั้นได้ทำงานกับที่นี่....ผมภูมิใจนะ
ผมเริ่มส่งตอนผมอายุ 17
17 ปี ผมเริ่มแล้วนะ!!!!"
เจอประโยคนี้ไป
เราถึงกับต้องเบือนหน้าหนี
เราถึงขั้นน้ำตาซึมเลยล่ะ
ประโยคนี้เหมือนพี่เขาตอกย้ำว่า "ผมเริ่มแล้วนะ แล้วพวกคุณทำอะไรกันอยู่?"
เรารู้สึกแทงใจดำมาก
เราไม่ขยัน เราไม่มีความพยายาม
แต่.....คนอื่นเขาเริ่มกันแล้ว
เขาประสบกับความสำเร็จกันแล้ว
ในขณะที่ตัวเรายังไม่ได้เริ่มเลย
พอตั้งสติได้...เราก็หันไปฟังพี่สกาลต่อ
พี่เขาก็ไล่รูปไปเรื่อยๆ จากอดีตจนปัจจุบัน
รูปส่วนใหญ่เรายังไม่เคยเห็น มีบางรูปเคยเห็นตามเว็บกับนิตยสารมาบ้าง
แล้วพี่เขาก็เล่าวิธีการหางาน ว่าแรกๆก็เริ่มในเมืองไทย
พอลุยงานไปเรื่อยๆ ก็เริ่มออกไปข้างนอก(ประเทศ)
ก็ได้เจออะไรหลายๆอย่าง และได้เปลี่ยนงาน
เพิ่มพูนประสบการณ์ไปเรื่อยๆ จนเป็นสกาลในปัจจุบัน
มีช่วงหนึ่งที่พี่เขาเล่าว่าครั้งแรกที่ได้จับTebletก็ได้จับWacomเลย
คือ....มีเพื่อนเอามาสอน และให้ยืม
แล้วกลุ่มคนที่นั่งใกล้ๆเราตรงนั้น เป็นกลุ่มเพื่อนพี่สกาล
นั่งล้อมเราข้างหน้าและข้างๆ
แล้วพอพี่สกาลเล่าเรื่องwacomตัวนั้นขึ้นมา
เพื่อนๆพี่สกาลก็กระซิบถามกันในกลุ่มว่า
"ใครว่ะ ที่ให้มันยืมวาคอม"
เป็นความภาคภูมิใจเล็กๆที่นั่งท่ามกลางกลุ่มศิลปิน
สรุปสุดท้าย เราก็เก็บข้อคิดจากพี่สกาลที่พี่เขาสรุปมาให้ได้ 4 ข้อ
ว่าจะทำยังไงให้ประสบความสำเร็จในวงการ
1 ฝีมือต้องเจ๋งจริง
2 ต้องแสวงโชค
3 ออกไปหาตลาดให้มากกกว่านี้
(เมื่อเราได้ออกไปข้างนอก เราจะเจอของเจ๋งๆอีกมากมาย)
4 คว้าโอกาสไว้ มันไม่มีมาบ่อยๆ
พอเสร็จการบรรยาย พิธีกรก็บอกว่าพี่สกาลจะแจกรูปที่เพ้นท์เมื่อกี้ให้
(ดูเหมือนเป็นการโยนงานให้พี่สกาลอย่างแท้จริง)
พี่สกาลก็ลงมาจากเวที
คนที่นั่งฟังก็กรูมาหาพี่สกาลพร้อมกับแฮนดี้คนละตัว
ถ้าเป็นมีดก็คงรุมเสียบพี่สกาลตายไปแล้ว
มีบางคนก็เอาหนังสือCGมาถือไว้ เตรียมขอลายเซ็นพี่สกาล
และเรา....ก็ถือกระดาษมาหนึ่งแผ่น....เพื่อรอขอลายเซ็นพี่สกาลเช่นกัน
พี่สกาลก็เอาโน้ตบุ๊คมาวางที่เก้าอี้
แล้วก็เอาแฮนดี้แรกที่ได้มาก็อบรูปที่ทำเมื่อกี้ลงไป
พอแฮนดี้ที่สองก็เจอไวรัสซะแล้ว
แล้ว.....ที่ยืนๆอยู่รอบๆนั่นมันรวมๆสิบแฮนดี้ได้
พี่สกาลเลยปัดว่าให้ไปโหลดเอาที่ไหนสักที่ซึ่งเราฟังไม่ทัน
..........เราจึงอดได้รูปวันนั้น ด้วยประการฉะนั้น
และ...ก็ถึงเวลาขอลายเซ็น
เราก็โผล่หัวออกมาจากฝูงชน "พี่สกาลคะ ขอลายเซ็นด้วยค่ะ"
พี่เขาก็พยักหน้า แต่พอดีมีคนสิงคโปร์ข้างหลังมาแย่งซีน
พี่สกาลเลยคุยกับคนสิงคโปร์คนนั้นเป้นน้ำเลย
พี่เขาพูดเก่งมาก
ลืมไปว่าตอนบรรยายก็มีช่วงหนึ่งที่พี่เขาพูดว่า
"ผมไม่ได้ไปเรียนภาษาอังกฤษ ผมไม่ได้จบโท
ทั้งหมดนี้ผมฝึกเอง"
พอคุยกับคนสิงคโปร์คนนั้นเสร็จ
ก็เลยได้ให้พี่สกาลเซ็น
แล้วกระดาษแผ่นนั้นเราแทบจะเลคเชอร์คำพูดพี่สกาลมาเกือบทั้งหมด
เราเลยส่งข้างหลังให้
พี่สกาลเลยถามว่า
"กระดาษอะไรเนี่ย!?"
แล้วพี่เขากำลังจะพลิกดูอีกด้าน
เราก็รีบจับไว้ "กระดาษธรรมดาค่ะ ไม่มีอะไร"
พี่สกาลเลยเซ็นให้ ไม่ว่าอะไรต่อ
เฮ้อ~~~
โล่งอกเลยนะนั้น......
ถ้ารู้ว่าเราไปนั่งจดที่พี่เขาพูด....คงจะตลกน่าดู
และหลังจากที่โพสเอ็นทรี่นี้ไป
ก็มีผู้ใจบุณอุปการะคุณสงเคราะห์ จขบ.
ด้วยการส่งรูปที่พี่สกาลทำในวันนั้นให้
เย้!!!!!!!!!!!!!!
ท่านผู้นั้นคือ พี่ARES นั่นเอง (ชั้นเทพในวงการ)
อ่ะ เครดิตบล็อกพี่เขาซะหน่อย http://ares.exteen.com
นี่รูปที่พี่สกาลทำในวันนั้นค่ะ

edit @ 23 Aug 2009 11:15:49 by ทราย_โทรุ
พลาด~ด

น่าไปนั่งฟังจัง พลาดอดไป ติดเรียนนน 
นั่นสินะครับ หาประสบการณ์เริ่มวาดตั้งแต่ยังเด็กยังเล็กเวลามันพัฒนาก็พัฒนาได้เรื่อยๆแล้วมันก็เทพเอง
อยากไปดูพี่เขาวาดมั่งจัง ผมกำลังหาวิธี CG ด้วยเมาส์หนูอยู่พอดีเลยล่ะ
#1 By MaNETsu™ on 2009-08-21 20:27